สวนสนุกอาจไม่ใช่สไตล์ของนักท่องเที่ยวทุกคน แต่ซันเวิลด์ บานาฮิลส์ (Sun World Ba Na Hills) − ศูนย์รวมความบันเทิงสไตล์ยุโรปบนเทือกเขาเจืองเซิน (Trường Sơn) ซึ่งอยู่ห่างจากดานังประมาณ 30 กม. – ดึงดูดผู้คนได้อย่างแน่นอน นั่นเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้มอบช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานท่ามกลางอากาศเย็นสบายให้กับผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย
บานาฮิลส์เคยเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวฝรั่งเศสที่พรั่งพร้อมไปด้วยวิลล่าและรีสอร์ต ต่อมาถูกปล่อยให้ทรุดโทรม – จนกระทั่งได้รับการพัฒนาให้เป็นสวนสนุกยอดนิยมดังเช่นในปัจจุบัน
ครอบครัวที่มาเยือนดานังพร้อมเด็กๆ ควรแวะมาเยือนอย่างยิ่ง เนื่องจากมีกิจกรรมและความบันเทิงมากมายที่จะทำให้เด็กๆ มีความสุข แต่กลุ่มเพื่อนหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวก็เพลิดเพลินกับการมาเที่ยวที่นี่ได้เช่นกัน และนี่คือคำแนะนำสำหรับสิ่งที่ไม่ควรพลาดชมและทำ …
บทที่ 01 —
ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามจากกระเช้าลอยฟ้าเจ้าของรางวัล
ทางเดียวที่จะขึ้นไปยังบานาฮิลส์ได้คือการนั่งกระเช้าลอยฟ้า ดังนั้นตั๋วเข้าชมของคุณจึงรวมค่าเดินทางไป-กลับแล้ว CNN ได้จัดอันดับให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็น 1 ใน 10 ระบบกระเช้าลอยฟ้าที่น่าประทับใจที่สุดในโลก และยังคว้าสถิติกินเนสส์บุ๊กมาแล้วมากกว่าหนึ่งรางวัล นอกจากนี้ยังมีสายกระเช้าและสถานีหลายแห่งขึ้นอยู่กับจุดหมายที่คุณต้องการไป หากต้องการเริ่มต้นที่สะพานทอง (Golden Bridge) อันเลื่องชื่อ ให้ไปที่สถานีภาคพื้นดินฮอยอัน (Hoi An 05) ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางใด คุณก็จะได้เพลิดเพลินกับการเดินทางที่สวยงามดั่งภาพวาดพร้อมชมทิวทัศน์ 360 องศาอันน่าทึ่ง ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส คุณจะสามารถมองเห็นได้ไกลถึงเมืองดานังและท้องทะเล
บทที่ 02 —
เดินเล่นและแวะถ่ายรูปเซลฟี่
ด้านบน คุณสามารถเดินเล่นในหมู่บ้านฝรั่งเศส (French Village) เพื่อเก็บภาพสวยๆ ได้อย่างเต็มอิ่ม ที่นี่มีทุกสิ่งที่คุณคาดหวังจากหมู่บ้านยุคกลาง ทั้งลานจัตุรัสกลางเมือง คาเฟ่น่ารักๆ อาสนวิหาร และน้ำพุ บรรยากาศดูสมจริงมาก จนเมื่อคุณเดินบนถนนหินกรวดและได้ยินเสียงเพลงฝรั่งเศสเปิดคลอ คุณจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในยุโรปยุคก่อน โพสต์ท่าใต้ซุ้มประตู ใต้ระเบียง ข้างจักรยานสไตล์วินเทจ … หรือจุดไหนๆ ในหมู่บ้าน เพื่อรูปโปรไฟล์ใหม่อันน่าประทับใจของคุณ
บทที่ 03 —
เดินบนสะพานที่เป็นไอคอนิกที่สุดของเวียดนาม
อยากสัมผัสความรู้สึกเหมือนกำลังเดินโลดแล่นผ่านก้อนเมฆบนริบบิ้นสีทองไหม? มาชมสะพานทอง (Golden Bridge) ซึ่งคุณคงเคยชื่นชมทางออนไลน์มาแล้วอย่างแน่นอน สะพานยาว 150 เมตรแห่งนี้ มีหัตถ์ยักษ์สองข้างคอยประคองทางเดินไว้ ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเลียนแบบมากมายทั่วโลก ล่าสุด เอียน มาร์เคียวิกซ์ (Ian Markiewicz) − ผู้กำกับดูแลวิชวลเอฟเฟกต์สำหรับซีรีส์ Netflix เรื่อง "The Sandman" ซึ่งอิงจากคอมิกส์ของนีล เกแมน (Neil Gaiman) เผยว่าสะพานในฉากเปิดเรื่องได้รับแรงบันดาลใจมาจากสะพานทองแห่งนี้นั่นเอง
หมายเหตุ: สิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมแห่งนี้มักจะมีผู้คนคึกคัก หากต้องการถ่ายภาพโดยไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นติดในเฟรม แนะนำให้ไปตั้งแต่เช้า
บทที่ 04 —
ชมสวนดอกไม้อันงดงาม
อยากเดินเล่นสุดโรแมนติกท่ามกลางสวนจัดภูมิทัศน์ไหม? ขึ้นรถรางเลื่อน (funicular) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อไปยังเลอฌาร์แด็ง ดามูร์ (Le Jardin d´amour) ซึ่งประกอบด้วยสวนสวย 9 แห่งในสไตล์ที่แตกต่างกัน มีทั้งเขาวงกตพุ่มไม้ กระดานหมากรุกยักษ์ พุ่มไม้ประดับ ระเบียงลูกกรง และดอกไม้นานาพันธุ์ให้ได้ถ่ายภาพสวยๆ มากมาย
บทที่ 05 —
สนุกสนานกับความบันเทิงสุดตื่นเต้น
เด็กๆ (รวมถึงผู้ใหญ่) สามารถปลดปล่อยความสนุกได้ที่โซนความบันเทิงขนาดใหญ่อย่าง แฟนตาซีพาร์ค (Fantasy Park) ซึ่งแบ่งออกเป็นสามชั้น เพลิดเพลินกับตู้เกมวิดีโออาร์เคดบนชั้นหนึ่ง (‘Thrill Zone’) ซึ่งคุณยังสามารถเดินท่องในเขาวงกตกระจกหรือขี่รถบั๊มได้ ชมภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์ 3D, 4D และ 5D บนชั้นสอง (‘Spirit of Adventure’) หรือเลือกชมโรงภาพยนตร์จอยักษ์ 3D แบบ 360 องศาบนชั้นสาม (‘Mystery World’) เพื่อประสบการณ์แบบสมจริงเต็มรูปแบบ หากมองหาความตื่นเต้นท้าทายที่แท้จริง? ลองท้าทายความสูงกับหอคอยดิ่งพุ่งทอดตัวสูง 29 เมตร – เครื่องเล่นที่ไม่เหมาะสำหรับคนขวัญอ่อน เครื่องเล่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายผจญภัยคลาสสิกสองเรื่องคือ "Journey to the Center of the Earth" และ "Twenty Thousand Leagues Under the Sea" ดังนั้นตลอดการเล่นจึงรู้สึกเหมือนได้โลดแล่นไปตามเรื่องราวที่เต็มไปด้วยสิ่งประหลาดใจ อีกหนึ่งเครื่องเล่นสนุกๆ คือ Alpine Coaster กลางแจ้ง รถไฟเหาะที่คุณสามารถควบคุมเบรกได้เอง จะขี่ช้าๆ หรือปล่อยให้ซิ่งไปได้ถึง 40 กม./ชม.
บทที่ 06 —
ตื่นตาตื่นใจกับหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง
ชมผลงานของศิลปินชาวอิตาลีที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (Wax Museum) ซึ่งคุณจะได้พบกับหุ่นขี้ผึ้งของคนดังจากหลากหลายวงการ เช่น กีฬาและความบันเทิง ที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างเหมือนจริงอย่างยิ่ง โพสต์ท่าถ่ายรูปกับนักร้องสาว เทเลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift), อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โอบามา (Obama), นักฟุตบอล เดวิด เบ็กแฮม (David Beckham), ตำนานศิลปะการต่อสู้ บรูซ ลี (Bruce Lee) และคนอื่นๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนจริง แต่ก็เหมือนจริงอย่างมาก นอกจากนี้ คุณยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนอันพิถีพิถันในการสร้างสรรค์หุ่นขี้ผึ้งเสมือนจริงเหล่านี้อีกด้วย
บทที่ 07 —
เยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาและจิตวิญญาณ
เวียดนามขึ้นชื่อเรื่องสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา หลีกหนีความวุ่นวายจากฝูงชนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่วัดลินห์อึ๋ง (Linh Ung Pagoda) วัดแห่งนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร มอบทัศนียภาพอันงดงามตระการตา นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งประดิษฐานอย่างเงียบสงบบนฐานวงกลมกว้าง 5 เมตร และมีความสูงถึง 27 เมตร สถานที่ท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณอื่นๆ ได้แก่ สำนักสงฆ์ลินห์ฟอง (Linh Phong Zen Monastery) และศาลเจ้าแม่ (Holy Mother Shrine)
บทที่ 08 —
ชิมไวน์
สิ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลือจากยุคที่บานาฮิลล์เคยเป็นรีสอร์ตตากอากาศของชาวฝรั่งเศส คือ โรงเก็บไวน์เดเบย์ (Debay Wine Cellar) ซึ่งขุดลึกลงไปในภูเขาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 เพื่อให้สามารถบ่มและเก็บรักษาไวน์ตามธรรมชาติที่อุณหภูมิระหว่าง 16°C – 20°C เรียนรู้กระบวนการผลิตไวน์และลิ้มลองไวน์หลากสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีเทศกาลไวน์ประจำปีจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมอีกด้วย
บทที่ 09 —
พักจิบชาชมวิว
วัฒนธรรมการดื่มชาที่มีมานานนับศตวรรษของเวียดนามเป็นที่รู้จักกันดี หากชาคือเครื่องดื่มโปรดของคุณ ลองแวะพักชิมชาร้อนสดใหม่ที่เรือนชา ตรู วู ชากวน (Tru Vu Tra Quan Tea House) ซึ่งสร้างขึ้นในสไตล์เวียดนามดั้งเดิมและห้อมล้อมด้วยทัศนียภาพที่ช่วยให้ผ่อนคลาย
บทที่ 10 —
ออกรอบเล่นกอล์ฟ
บริเวณเชิงเขาบานาฮิลล์เป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟระดับแชมเปียนชิพ 18 หลุม พาร์ 72 ออกแบบโดยนักกอล์ฟมืออาชีพ ลุค โดนัลด์ (Luke Donald) ด้วยแฟร์เวย์สีเขียวขจี อ่างเก็บน้ำ และผืนป่าโดยรอบ ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม จุดชมวิวที่ดีที่สุดอยู่บริเวณแท่นทีออฟของหลุม 12 พาร์ 3
ที่มา: อินเทอร์เน็ต
กำลังจะเดินทางไปบานาฮิลล์ใช่ไหม? เตรียมแต่งกายเพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงถึงสี่ฤดูในวันเดียว ในช่วงฤดูฝน (กันยายน-ตุลาคม) อย่าลืมพกร่มติดตัวไปด้วย ในช่วงฤดูร้อนสถานที่แห่งนี้จะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น จึงควรซื้อตั๋วล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อคิว หากคุณชอบงานเทศกาล ที่นี่มีการจัดงานเทศกาลหลายงานเป็นประจำทุกปี เช่น เทศกาลดอกไม้ คาร์นิวัล และเทศกาลฤดูหนาว




