การเตรียมความพร้อมดำเนินไปอย่างราบรื่นสำหรับเวียดนามในการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์เป็นครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 12-23 พฤษภาคม 2565 การแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 บัดนี้ที่เรากำลังดำเนินชีวิตตามวิถี 'ความปกติใหม่' เวียดนามมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะต้อนรับทัพนักกีฬาจากทั้ง 11 ประเทศสมาชิกซีเกมส์เข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกีฬาหลายประเภทตื่นตาตื่นใจที่จัดขึ้นทุกสองปีนี้ โดยคาดว่าจะมีนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และคณะผู้แทนกีฬาประมาณ 10,000 คนเดินทางมาร่วมชิงชัยใน 40 ชนิดกีฬา รวม 526 รายการ
พิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 จะจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติมีดิ่ญ (Mỹ Đình) กรุงฮานอย ในวันที่ 12 พฤษภาคม การแสดงมหกรรมความบันเทิงความยาวสองชั่วโมงนี้จะรวมถึงการวิ่งคบเพลิง ซึ่งนักกีฬาระดับแนวหน้าของเวียดนามจะส่งต่อคบเพลิงให้แก่กัน นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวระบุว่า “งานนี้จะเป็นการแสดงแสงสีเสียงอันวิจิตรตระการตาที่แนะนำผู้ชมทั้งในและต่างประเทศให้รู้จักกับวัฒนธรรม ประเพณี และผู้คนของเวียดนาม พร้อมทั้งส่งต่อจิตวิญญาณและแนวคิดหลักของการแข่งขันที่ว่า ‘เพื่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น’ (For a Stronger South East Asia)”
บทที่ 01 —
การเตรียมงานและสถานที่จัดงาน
เพื่อป้องกันการใช้จ่ายไปกับสิ่งปลูกสร้างที่อาจกลายเป็น 'ภาระไร้ประโยชน์' รัฐบาลจึงตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในเชิงเศรษฐกิจที่จะไม่สร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่หรือหมู่บ้านนักกีฬาใหม่ขึ้นมา โดยเลือกใช้อาคารสถานที่ที่มีอยู่เดิมสำหรับจัดงานส่วนใหญ่ กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวได้ร่วมมือกับสหพันธ์ซีเกมส์ในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ รวมทั้งมีการฝึกอบรมอาสาสมัครหลายพันคนซึ่งรับสมัครมาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในกรุงฮานอยเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกตามสถานที่เหล่านี้
แม้ว่ากรุงฮานอยจะเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับซีเกมส์ ครั้งที่ 31 แต่จังหวัดใกล้เคียงอีก 11 จังหวัดก็จะร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันด้วย นอกจากฮอลล์และโรงยิมเนเซียมต่างๆ แล้ว สนามกีฬาหลักๆ ยังรวมถึง:
สนามกีฬาแห่งชาติมีดิ่ญ (Mỹ Đình), ฮานอย: ศูนย์กลางของศูนย์กีฬาแห่งชาติเวียดนามแห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดงานหลักของซีเกมส์ 2003 มาแล้ว รังเหย้าของฟุตบอลทีมชาติเวียดนามที่มีความจุ 40,192 ที่นั่งแห่งนี้ จะใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลชายรอบชิงชนะเลิศและกรีฑา
สนามกีฬาเวียตตรี (Việt Trì), จังหวัดฟู้เถาะ (Phú Thọ): สนามกีฬาความจุ 18,000 ที่นั่ง ซึ่งสร้างขึ้นในทศวรรษ 1960 และเป็นรังเหย้าของสโมสรฟุตบอลฟู้เถาะ แห่งนี้ จะใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลชายรอบแบ่งกลุ่ม
สนามกีฬาเกิ๋มป่า (Cẩm Phả), จังหวัดกว๋างนิญ (Quảng Ninh): สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลหญิงโอลิมปิกรอบคัดเลือก AFC 2020 ที่นี่ ผู้ชมจะสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลหญิงนัดต่างๆ ได้
การแข่งขันฟุตบอลชายจะจัดขึ้นที่เมืองเวียตตรี (Việt Trì), จังหวัดนามดิ่ญ (Nam Định) และกรุงฮานอย ส่วนการแข่งขันฟุตบอลหญิงจะจัดขึ้นที่จังหวัดกว๋างนิญ (Quảng Ninh) และเมืองไฮฟอง (Hai Phong)
บทที่ 02 —
กิจกรรมกีฬาและตารางการแข่งขัน
กิจกรรมการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กรีฑาและว่ายน้ำ กีฬาโอลิมปิก และกีฬาพื้นบ้านของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ควรรักษาสืบสานไว้
นอกเหนือจากกิจกรรมลู่และลาน จักรยาน และกีฬาทางน้ำหลายรายการแล้ว กีฬาประเภทบอลและลูกกลม ได้แก่ ฟุตบอล เทนนิส เทเบิลเทนนิส บาสเกตบอล แบดมินตัน วอลเลย์บอล แฮนด์บอล กอล์ฟ โบว์ลิ่ง เปตอง เซปักตะกร้อ และสนุกเกอร์/พูล
มีการแข่งขันหมากรุกสากลและหมากรุกจีน รวมถึงมวยสากล มวยปล้ำ คูราช คิกโบกซิ่ง และศิลปะการต่อสู้ เช่น คาราเต้ ยูโด ยูยิตสู มวยไทย เทควันโด ปันจักสีลัต วูซู และโววีนัมของเวียดนาม ส่วนกีฬาอื่นๆ ได้แก่ เพาะกาย และลีลาศ นอกจากนี้ อีสปอร์ต (E-sports) จะได้รับการบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญรางวัลด้วยเช่นกัน
ตารางการแข่งขันจะเริ่มต้นด้วยฟุตบอล แฮนด์บอล คิกโบกซิ่ง และเรือพายในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ส่วนกิจกรรมที่เหลือจะเริ่มในหรือหลังวันที่ 13 พฤษภาคม หากต้องการดูตารางการแข่งขันแบบเต็ม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
บทที่ 03 —
มาตรการความปลอดภัยจากโควิด
คณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ของเวียดนาม (SEAGOC) กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้มั่นใจว่าการแข่งขันจะดำเนินไปอย่างปลอดภัย โดยขั้นตอนความปลอดภัยเกี่ยวกับโควิด-19 ประกอบด้วย:
การตรวจหาเชื้อ: นักกีฬา ผู้ฝึกสอน กรรมการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีใบรับรองผลตรวจและแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนเพื่อเดินทางเข้าประเทศเวียดนาม โดยต้องมีผลการตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบิน เมื่อเดินทางมาถึงไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่ต้องสำแดงข้อมูลสุขภาพและเฝ้าระวังสุขภาพของตนเอง หากมีอาการใดๆ ของโควิด-19 จะต้องเข้ารับการตรวจแอนติเจนแบบรวดเร็ว (Rapid Antigen Test) นอกจากนี้ นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และกรรมการจะต้องทำการตรวจแบบรวดเร็วก่อนการแข่งขัน 24 ชั่วโมง หากมีผลตรวจเป็นบวก จะไม่อนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขัน โดยจะต้องทำการแยกกักตัว ณ ที่พัก หากไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ในกรณีที่มีอาการรุนแรงขึ้น จะได้รับการรักษา ณ สถานพยาบาลที่กำหนดไว้
การสวมหน้ากากอนามัย: นักกีฬาไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะลงแข่งขัน แต่ต้องกลับมาสวมหน้ากากอนามัยหลังจากแข่งขันเสร็จสิ้น โดยมีข้อยกเว้นในช่วงเวลาพิธีมอบเหรียญรางวัล รวมถึงระหว่างการแถลงข่าวหรือการให้สัมภาษณ์
ที่พัก: โรงแรมจะจำกัดการสัมผัสระหว่างสาธารณชนกับคณะนักกีฬา นอกจากนี้ยังมีห้องกักตัวทางการแพทย์ ห้องฉุกเฉิน และห้องความปลอดภัยด้านอาหารหากมีผู้มีผลตรวจเป็นบวก
การเดินทาง: ยานพาหนะที่ขนส่งคณะนักกีฬาจะได้รับการฆ่าเชื้อ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
สนามแข่งขัน: จำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมขบวนพาเหรดของชาติต่างๆ ในพิธีเปิดจะถูกจำกัด ทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดจะมีทางเข้าแยกต่างหากสำหรับคณะผู้แทน แขกผู้มีเกียรติ และคณะนักกีฬา ทีมป้องกันและควบคุมโรคระบาดจะประจำอยู่ในพื้นที่ มีการเตรียมห้องกักตัวให้พร้อม และอุปกรณ์แข่งขันจะได้รับการฆ่าเชื้อทำความสะอาด จำนวนผู้เข้าชมจะถูกจำกัดตามสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่




