โปรดทราบ: ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับจุดหมาย ประสบการณ์ และการท่องเที่ยวใน Vietnam สำรวจเลย →

ทำไมมกเจาจึงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวสายอนุรักษ์ทุกคน

เวียดนามสื่อถึงสองสีสัน นั่นคือ สีแดงของธงชาติ และสีเขียวของผืนแผ่นดิน จากสายน้ำสีมรกตของ ฮาลอง ไปจนถึงนาข้าวอันเขียวขจีของ ซาปา นักท่องเที่ยวต่างต้องมนต์เสน่ห์กับทัศนียภาพที่เขียวขจีจนงดงามเกินกว่าจะเป็นจริงได้ และนี่ก็คือสิ่งที่คุณจะได้พบในพื้นที่หนึ่งซึ่งอาจยังไม่อยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของใครหลายคน นั่นคือ มกเจา (Moc Chau) พื้นที่บนทิวเขา ห่างจากฮานอย 200 กม. ที่ได้รับฉายาว่า “ไข่มุกสีเขียว” แห่งตะวันตกเฉียงเหนือ 

นักท่องเที่ยวสายเชิงนิเวศที่รู้แหล่งต่างพากันมาเยือนเพื่อชมความงามของไร่ชา สวนผลไม้ ทุ่งดอกไม้ ขุนเขา และผืนป่า รวมถึงสัมผัสกับอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และเมื่อมกเจาได้รับการขนานนามให้เป็น 'World's Leading Regional Nature Destination 2022' จากงาน World Travel Awards ก็ทำให้ภูมิภาคแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในใจของนักเดินทางมากยิ่งขึ้น

กำลังคิดจะไปเที่ยวพักผ่อนแนบชิดธรรมชาติที่มกเจาอยู่ใช่ไหม? นี่คือสิ่งที่ไม่ควรพลาดชมและลงมือทำ…

มกเจา

บทที่ 01 —

ว่ายน้ำใต้สายน้ำตก

ในฐานะที่เป็นทั้ง 'พื้นที่สีเขียวและพื้นที่สีฟ้า' ซึ่งหมายถึงสถานที่ในธรรมชาติและใกล้สายน้ำ การได้อยู่ใกล้กับน้ำตกจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตของเรา เติมพลังใจสดชื่นด้วยการเดินทางไปเยือนหนึ่งในน้ำตกหลายแห่งของมกเจา 

น้ำตกนางเตียน (Nang Tien Waterfall หรือ “น้ำตกนางฟ้า”) ซึ่งอยู่ห่างจากมกเจา 26 กม. มี 2 ชั้นด้วยกัน น้ำในแอ่งด้านล่างลึกระดับเอว และมีลำธารหลายสายให้เด็กๆ ได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน เมื่อเดินขึ้นบันไดมอสไปยังชั้นบน คุณจะได้พบกับแอ่งน้ำที่ลึกพอสำหรับฝึกซ้อมทักษะการเล่นบอร์ดพาย (SUP) 

ส่วนน้ำตกอีกแห่งที่อยู่ใกล้เมืองเข้ามาและมีความสวยงามทางธรรมชาติอันโดดเด่นคือ น้ำตกด่ายเอี๊ยม (Dai Yem หรือที่เรียกว่า Ban Vat) ที่นี่เป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภูมิภาคนี้อย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุดในเวียดนาม น้ำตกแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนหนึ่งมีน้ำตกย่อยถึงเก้าสาย แนะนำให้ไปเยือนในช่วงฤดูฝนเพื่อชมสายน้ำหลากหลากขนาดและสายน้ำกว้างที่ไหลถาโถมลงสู่แอ่งด้านล่าง รอบๆ น้ำตกยังมีสวนจัดแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้การท่องเที่ยวของคุณสะดวกสบาย

มกเจา

บทที่ 02 —

เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวในผืนป่า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 'การอาบป่า' (Forest bathing) ได้กลายเป็นเทรนด์ดูแลสุขภาพที่มีวิทยาศาสตร์รองรับ ลองสูดกลิ่นหอมสดชื่นของต้นสนที่ป่าสนบ้านอ่าง (Ban Ang Pine Forest) ของมกเจา เดินเล่นรอบทะเลสาบ หรือเช่าจักรยานปั่น หากคุณไปถูกช่วงเวลาของปี คุณจะได้เห็นสีเหลืองอร่ามตาสวยงามของทุ่งดอกคาโนลาที่อยู่โดยรอบ แถมยังมีฟาร์มสตรอว์เบอร์รีให้คุณได้เก็บผลไม้รสอร่อยสดๆ ด้วยตัวเองเพื่อนำไปปิคนิคอีกด้วย

หากต้องการสัมผัสวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ให้มุ่งหน้าไปยังอุทยานป่าเตย์เตียน (Tay Tien Forest Park) ที่นี่คุณจะได้พบกับอนุสรณ์สถาน ลัมเวียนเตย์เตียน (Lam Vien Tay Tien Monument) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีเรื่อง “Tay Tien” ของกวี กว่างยุง (Quang Dung) ผู้เคยเป็นทหารในกองพลทหารเตย์เตียนที่ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามต่อต้านฝรั่งเศส 

มกเจา

บทที่ 03 —

เพลิดเพลินกับการเก็บผลไม้

ด้วยสภาพอากาศแบบอบอุ่น มกเจาจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกผลไม้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรจึงเจริญรุ่งเรือง ที่นี่นักท่องเที่ยวต่างพากันมาเก็บและลิ้มลองส้มเนเวล ลูกพลับ แอปริคอต สตรอว์เบอร์รี ท้อ และพลัม 

คุณเป็นช่างภาพมือใหม่ที่อยากถ่ายภาพดอกพลัมสีขาวที่กำลังเบ่งบานด้วยตัวเองใช่ไหม? มุ่งหน้าไปยังหุบเขาหนาคา (Na Ka valley) ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนใครที่อยากลิ้มรสผลพลัมสดๆ แนะนำให้ไปเก็บผลพลัมในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม

มกเจา

บทที่ 04 —

สำรวจยอดเขาและที่ราบสูง

ระดับความสูง (1,054 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ทำให้ภูมิภาคนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชา ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมของเวียดนาม อันที่จริง มกเจาเป็นที่ตั้งของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เนินเขาชาอันตระการตาเหล่านี้อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 นาที ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดชม เนินเขาลูกแล้วลูกเล่าที่ดูเหมือนถูกระบายสีด้วยแถวของต้นชาเรียงรายยาวเหยียดสุดสายตา ยิ่งไปกว่านั้น ไร่ชาเหล่านี้ยังได้รับการดูแลโดยชาวไทยภูเขาชนเผ่าต่างๆ ที่มักแต่งกายด้วยชุดชนเผ่าหลากสีสันสดใส ซึ่งช่วยสร้างสีสันที่ตัดกันอย่างงดงาม คุณสามารถร่วมทัวร์ชมไร่ชาได้ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงธันวาคมเพื่อเรียนรู้วิธีการเก็บและแปรรูปชา ก่อนกลับอย่าลืมชิมชาและซื้อชากลับบ้าน ในบางทัวร์ คุณยังสามารถเช่าชุดพื้นเมืองเพื่อถ่ายภาพได้อีกด้วย ส่วนนักวิ่งเทรลไม่ควรพลาดที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน Vietnam Trail Marathon ประจำปีที่วิ่งผ่านไร่ชาเหล่านี้

อยากพิชิตยอดเขาไหม? ออกเดินทาง 40 กม. เพื่อไปเยือนยอดเขาพาหลวง (Pha Luong Peak) “หลังคาแห่งมกเจา” ที่ความสูง 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เส้นทางไปที่นั่นมีความท้าทาย และการปีนเขาใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสี่ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความฟิตของคุณ 

อีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว (หากทุกคนไม่กลัวความสูง) คือการเดินบนสะพานพื้นกระจกที่ยาวที่สุดในโลก สะพานบั๊กลอง (Bach Long แปลว่า ‘มังกรขาว’) ด้วยความสูง 150 เมตรและความยาว 633 เมตร สะพานแขวนแบบโปร่งใสแห่งนี้ได้รับสถิติจากกินเนสส์บุ๊ก (Guinness World Record) เมื่อต้นปี 2022 ท้าทายความกล้าก้าวเดินบนสะพานเพื่อชมวิวทิวทัศน์พาโนรามาตระการตาที่ชวนตื่นตะลึง

มกเจา

บทที่ 05 —

สำรวจถ้ำ

ที่ใดมีภูเขา ที่นั่นย่อมมีถ้ำ และมกเจา (Moc Chau) ก็มีถ้ำอยู่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'ถ้ำค้างคาว' (เซินมกเฮือง - Son Moc Huong) ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายหลักที่ตัดผ่านเมือง เดินขึ้นบันไดชันเพื่อไปยังถ้ำลึกลับที่เต็มไปด้วยศาลเจ้า หินงอก หินย้อย และค้างคาว มีตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งเคยมีมังกรบินผ่านพื้นที่แห่งนี้ และเมื่อได้เห็นความงดงาม จึงตัดสินใจหยุดพักและอาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อเป็นการขอบคุณ มังกรจึงได้มอบไข่มุกเจ็ดเม็ดให้แก่สถานที่แห่งนี้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นภูเขาเจ็ดลูก

ที่มา: อินเทอร์เน็ต

บทที่ 06 —

เดินป่าในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ

หากต้องการสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ สัตว์ป่า น้ำตก และถ้ำ มุ่งหน้าสู่เขตอนุรักษ์ธรรมชาติซวนญา (Xuan Nha Nature Reserve) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ป่าธรรมชาติราว 23,000 เฮกตาร์ พื้นที่บางส่วนเป็นภูเขาหินปูน คุณจึงจินตนาการได้ถึงทัศนียภาพอันตระการตาที่รอคอยคุณอยู่ ผู้ที่ชื่นชอบพฤกษศาสตร์จะต้องประทับใจเป็นพิเศษ เพราะพืชพรรณหลากหลายชนิดที่นี่รวมถึงพืชสมุนไพรและสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ นอกจากนี้ ยังพบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 160 ชนิด นก 48 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 44 ชนิด และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 19 ชนิดที่นี่ 

มกเจา

บทที่ 07 —

นอนพักในบ้านใต้ถุนสูง

มกเจาเป็นถิ่นที่อยู่ของกลุ่มชนกลุ่มน้อย 12 กลุ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหลายกลุ่มอาศัยอยู่ในบ้านใต้ถุนสูง สามารถพบเห็นบ้านเหล่านี้ได้ตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงหมู่บ้านดอย (Doi) หมู่บ้านฮวา (Hoa) และหมู่บ้านอ่าง (Ang) จองโฮมสเตย์ที่นี่เพื่อพักผ่อนในบ้านใต้ถุนสูง ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแบบดั้งเดิม และเรียนรู้วิถีชีวิตแปลกใหม่น่าประทับใจ