โปรดทราบ: ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับจุดหมาย ประสบการณ์ และการท่องเที่ยวใน Vietnam สำรวจเลย →

คู่มือตะลุยชิมอาหารฮานอย: สุดยอดสตรีทฟู้ดเด็ดที่ต้องลองชิม

อาหารเวียดนามมีความโดดเด่นหลากหลายตามภูมิภาค แม้อาหารเวียดนามบางชนิดในฮานอยจะสามารถหาทานได้ในเมืองอื่นด้วยเช่นกัน แต่นานาเมนูอร่อยมากมายก็ยังคงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเมืองหลวงแห่งนี้ อาหารเวียดนามกำลังกลายเป็นหนึ่งในอาหารโปรดตลอดกาลของเหล่านักชิมทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องแต่งตัวหรูหราหรือปฏิบัติตามมารยาทในร้านอาหารระดับหรู เพราะทุกสิ่งที่น่าลิ้มลองในฮานอยมีให้เห็นอยู่ตามท้องถนน ทุกซอกทุกมุมของเมือง พร้อมรอยยิ้มอันเป็นมิตรและอบอุ่นของผู้คน สิ่งที่คุณต้องเตรียมมีเพียงท้องที่พร้อมลุยและความกล้าที่จะเปิดรับการผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

 

นอกจาก 3 เมนูดังประจำเมืองอย่าง เฝอเนื้อ (pho bo - ก๋วยเตี๋ยวเนื้อแบบดั้งเดิมของเวียดนาม) บุ๋นจ่า (bun cha - หมูย่างทานคู่กับเส้นขนมจีน) และบั๋นหมี่ (banh mi - ขนมปังแซนด์วิชสไตล์ฝรั่งเศส) สตรีทฟู้ดของฮานอยยังมีความหลากหลายและน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน 

บั๋นก๋วน

บทที่ 01 —

Bánh cuốn (ปากหม้อเวียดนาม)

หนึ่งในอาหารเช้าแบบดั้งเดิมในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม คือ Bánh cuốn (บั๋นก๋วน) เมนูนี้มีหลายเวอร์ชัน ทั้งแบบไส้หมูสับ (banh cuon nhan thit) เห็ด ไข่ หรือแบบผสม บั๋นก๋วนมักเสิร์ฟพร้อมหอมเจียว น้ำปลาเปรี้ยวหวาน (nuoc mam chua ngot) ผักสดนานาชนิด และน้ำจิ้มมะนาวข้างจาน

บุ๋นเอิ๊ก

บทที่ 02 —

Bún Ốc (ขนมจีนน้ำซุปหอย)

ขนมจีนน้ำซุปหอยเป็นหนึ่งในอาหารทานง่ายยอดฮิตสุดคลาสสิกของฮานอย ขนมจีนชามมาตรฐานจะเสิร์ฟพร้อมเส้นขนมจีน (bún) ส่วนท็อปปิ้งอื่นๆ มีทั้งเนื้อวัวและเนื้อปู รวมถึงผักสดจานใหญ่ที่ทานคู่กับอาหารเวียดนามส่วนใหญ่ ส่วนผสมหลักในน้ำซุปคือมะเขือเทศ น้ำส้มสายชูหมักจากไวน์ และพริกไทย ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติที่จัดจ้านกลมกล่อม

หม้อไฟ

บทที่ 03 —

Lẩu (หม้อไฟเวียดนาม)

ล้อมวงรอบหม้อไฟเดือดๆ แล้วใส่ผักสด เนื้อสัตว์ และอาหารทะเลจำนวนมากตามใจชอบ แม้อาจดูน่าหวั่นใจในตอนแรก แต่หม้อไฟคือวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสวิถีชีวิตสตรีทฟู้ดของเมืองนี้ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้เพื่อนใหม่ระหว่างการชนแก้วจิบเบียร์อย่างสนุกสนานก็เป็นได้

บุ๋นก๊า

บทที่ 04 —

Bún cá (ขนมจีนซุปปลา)

เมนูชี้นิยมรับประทานเป็นมื้อกลางวัน โดยใช้น้ำซุปใส่เส้นขนมจีน (bún) ทานคู่กับเนื้อปลาทอด น้ำซุปปรุงด้วยผักใบเขียวซึ่งมักรวมถึงผักบุ้งพันธุ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นผักยอดนิยมที่นำมาผัดหรือต้ม ส่วนการผสมผสานของสมุนไพรกลิ่นหอม ทั้งผักชีและผักชีลาว ก็ช่วยสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

เมี่ยนเลือน

บทที่ 05 —

Miến xào lươn (วุ้นเส้นผัดปลาไหล)

ปลาไหลอาจไม่ใช่ส่วนผสมทั่วไปในมื้ออาหารประจำวัน แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง ปลาไหลกรอบผสมเข้ากับวุ้นเส้นผัด ไข่ และถั่วงอก ตัวเลือกอื่นยังรวมถึง mien tron (วุ้นเส้นยำใส่ปลาไหล แตงกวา และผักสมุนไพร) และ chao luon (โจ๊กปลาไหล)

บั๋นด่า

บทที่ 06 —

Bánh đa trộn (ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่แห้งทรงเครื่อง)

เมื่อเดินเล่นสบายๆ แถวย่านเมืองเก่า (Old Quarter) คุณจะได้พบกับผู้หญิงริมถนนที่หาบสาแหลกสองข้าง โดยข้างหนึ่งบรรจุหม้อต้มร้อนๆ และอีกข้างเต็มไปด้วยวัตถุดิบสด ตะกร้าสองใบนี้บรรจุหนึ่งในของอร่อยขึ้นชื่อของฮานอย นั่นคือ Banh da tron เส้นก๋วยเตี๋ยวแบนหนาท็อปปิ้งด้วยไส้กรอก ทอดมันปลา เต้าหู้ ถั่วลิสง และผักใบเขียว นอกจากนี้ยังมีวุ้นเส้นเส้นเล็กที่เรียกว่า mien เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก รสชาติของอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์นี้จะทำให้หมู่นักชิมต้องทึ่งอย่างแน่นอน

บั๋นโตม

บทที่ 07 —

Bánh tôm (กุ้งชุบแป้งทอดสไตล์ฮานอย)

ของทอดทานเล่นนี้มีต้นกำเนิดมาจากบริเวณทะเลสาบตะวันตก (Ho Tay) โดยทำจากกุ้งที่จับได้ในท้องถิ่น Banh tom ทำจากมันเทศและกุ้งชุบแป้งทอด ทานคู่กับน้ำปลาเปรี้ยวหวานและมะละกอดิบฝาน คุณสามารถสั่งน้ำเต้าหู้เย็นสักแก้วเพื่อช่วยตัดเลี่ยนจากน้ำมันได้

บั๋นก็อย

บทที่ 08 —

Bánh gối (พายกรอบรูปหมอน)

อีกหนึ่งของทอดทานเล่นเติมพลังยามบ่ายสำหรับการเที่ยวชมฮานอยคือ banh goi แป้งพายรูปหมอนสอดไส้หมูสับ เห็ดหูหนูดำ วุ้นเส้น และไข่นกกระทา นอกจากนี้ยังมีของทอดอร่อยๆ อื่นๆ อย่าง ha cao (เกี๊ยวทอด) Pho mai que (ชีสสติ๊กทอด) และ nem chua ran (แหนมทอด) ที่ขายคู่กับ banh goi อีกด้วย

หมี่ก่าเติ๋น

บทที่ 09 —

Mỳ gà tần (บะหมี่ไก่ตุ๋นยาจีน)

บางท่านอาจรู้สึกว่าอาหารจานนี้ดู "แปลก" หรือน่ากลัวไปบ้าง แต่อาหารจานนี้ทำให้อิ่มท้องและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าจากไก่ตุ๋นและบะหมี่ไข่ นักชิมมีสองตัวเลือก คือไก่ 'ธรรมดา' หรือไก่ดำตัวเล็ก (ซึ่งราคาแพงกว่าเล็กน้อย) ที่ตั้งชื่อตามหนังสีดำของมัน

ไก่จะถูกยัดใส่กระป๋องน้ำอัดลมและกระป๋องเบียร์ที่ว่างเปล่าพร้อมสมุนไพรกลิ่นหอม ซึ่งรวมถึงโกฐจุฬาลัมพา (mugwort) จากนั้นนำกระป๋องไปตั้งไฟ เพื่อให้เนื้อไก่ดูดซับรสชาติในขณะที่เคี่ยว แล้วจึงใส่บะหมี่ไข่ (mỳ trứng) ลงไปในซุปตุ๋น

บทที่ 10 —

Bánh đúc nóng (ขนมถ้วยร้อนเวียดนาม)

หากได้มาเยือนฮานอยในช่วงฤดูหนาว อย่าลืมลองลิ้มชิมรส Bánh đúc (บั๋นดุ๊ก) ร้อนๆ สักชาม ขนมถ้วยแป้งนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันสำปะหลัง เมนูนี้ผ่านกรรมวิธีการทำที่พิถีพิถันและละเมียดละไม โดยต้องเคี่ยวและคนส่วนผสมให้ได้ความเหนียวนุ่มกำลังดี ไส้ด้านในประกอบด้วยเห็ดหูหนูดำ เนื้อสัตว์ หอมเจียว เสิร์ฟพร้อมน้ำปลาพริกกระเทียมและผักสด บั๋นดุ๊กที่ร้อน นุ่ม อร่อย หอมกลิ่นหอมเจียวและเนื้อสัตว์ จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบเสมอสำหรับของว่างยามบ่ายในวันที่อากาศหนาวเย็น

แฉ่ทับกั๋ม

บทที่ 11 —

Chè (ขนมหวานเวียดนามสีสันสดใส)

กระเพาะอาหารมักจะมีที่ว่างให้ของหวานเสมอ ขนมหวานหอมกลิ่นผลไม้และดอกไม้คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการปิดท้ายวันแห่งการตะลุยชิมอาหารในฮานอย Chè (แฉ่) คือ "ซุปหวาน" ที่จัดวางเป็นชั้นๆ ประกอบด้วยถั่วแดงและถั่วเขียวบด บัวลอยแป้งข้าวเหนียว และเยลลี่สมุนไพรทรงลูกบาศก์ ราดด้วยน้ำเชื่อมและมะพร้าวขูด ขอแนะนำให้ลอง Chè thập cẩm (แฉ่ทับกั๋ม) ขนมหวานรวมมิตรที่ราดด้วยน้ำเชื่อมกลิ่นดอกมะลิชื่อดังของเมือง