โปรดทราบ: ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับจุดหมาย ประสบการณ์ และการท่องเที่ยวใน Vietnam สำรวจเลย →

6 โรงแรมที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์เวียดนาม

หากมีสิ่งหนึ่งที่โรงแรมไม่สามารถซื้อหาได้ สิ่งนั้นก็คือมรดกทางประวัติศาสตร์ มีเพียงโรงแรมที่ผ่านกาลเวลา การเมือง และกระแสนิยมมาได้เท่านั้น จึงจะคู่ควรกับคำว่า ‘โรงแรมประวัติศาสตร์’ ย้อนเวลากลับไปในอดีตด้วยการเข้าพักที่หนึ่งใน หกโรงแรมมรดกทางประวัติศาสตร์ในเวียดนาม

ในเวียดนาม หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดที่สุดในโลกสำหรับผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ การเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีคือโอกาสที่จะได้สัมผัสอดีตอันมีหลากหลายมิติของประเทศอย่างใกล้ชิด กำลังมองหาที่พักที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เพื่อเอนกายพักผ่อนอยู่ใช่ไหม? นี่คือ 6 โรงแรมเวียดนามระดับตำนานที่ประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่แค่เอื้อมมือ

โรงแรมประวัติศาสตร์ในเวียดนาม

บทที่ 01 —

Sofitel Legend Metropole Hanoi

โรงแรมทั่วไปมีมากมาย แต่ไม่มีที่ใดเหมือน Metropole ตัวอาคารภายนอกโทนสีขาวตัดกับบานเกล็ดหน้าต่างสีเขียวของโรงแรมเป็นแลนด์มาร์กของฮานอยมาตั้งแต่ปี 1901 ที่แห่งนี้เคยใช้จัดงานเลี้ยงสุดหรู เป็นที่พำนักของผู้นำระดับโลก สถานที่เซ็นสนธิสัญญา และที่สร้างสรรค์ผลงานของนักเขียนชื่อดัง แม้แต่ชาลี แชปลิน ก็ยังเคยมาเช็กอินที่ Metropole ในช่วงฮันนีมูน

ภายใน ล็อบบี้ยังคงความหรูหรางดงามเช่นเคย งานไม้บนบันไดเก่ายังคงทอประกายเงางาม สมกับได้รับการขนานนามว่าเป็น Grande Dame แห่งวงการการบริการของเวียดนาม เมื่อมาเยือน ฮานอย อย่าพลาดโอกาสจิบกาแฟที่ La Terrasse เดินเล่นในสวนอันร่มรื่นของโรงแรม หรือลงไปสำรวจบังเกอร์สมัยสงครามใต้ดิน

โรงแรมประวัติศาสตร์ในเวียดนาม

บทที่ 02 —

Hotel Majestic Saigon

หาก Metropole มี French Quarter ฝั่ง Majestic ก็มีแม่น้ำไซง่อน โรงแรมแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ริมโค้งน้ำอันงดงามของสายน้ำหลักแห่งโฮจิมินห์ซิตี้มาตั้งแต่ปี 1925 ความหรูหราสไตล์ปารีสยังคงมีชีวิตชีวาอยู่ที่ Majestic ตั้งแต่หน้าต่างกระจกสีและโคมไฟระย้าส่องประกาย ไปจนถึงลิฟต์และเครื่องแบบของพนักงาน ไฮไลต์ของการพักที่ Majestic คือทิวทัศน์จากห้องพักฝั่งริมแม่น้ำ เพียงเปิดประตูออกไปยังระเบียง คุณจะพบสายน้ำสีคาราเมลฝั่งตรงข้ามถนนยังคงไหลเอื่อยอย่างเงียบสงบเช่นเคย

โรงแรมหรูในเวียดนาม

บทที่ 03 —

Caravelle Hotel

เมื่อ Caravelle Hotel เปิดตัวด้วยงานเลี้ยงสุดหรูในคืนวันคริสต์มาสอีฟปี 1959 โรงแรมแห่งนี้ก็กลายเป็นโรงแรมที่ทันสมัยและล้ำสมัยที่สุดในเมืองทันที นักข่าวต่างเขียนถึงระบบปรับอากาศ(!) กระจกกันกระสุน และเครื่องปั่นไฟสุดเสถียรของโรงแรมอย่างตื่นเต้น หลังจากนั้นไม่นาน สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงสำนักข่าว CBS และ NBC ก็ได้เข้ามาตั้งสำนักงานอยู่ภายในโรงแรม

เมื่อสงครามอุบัติขึ้น ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้มารวมตัวกันที่ Saigon Saigon Bar ซึ่งในขณะนั้นเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมือง เพื่อเฝ้าดูการปะทะและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ปัจจุบัน ช่วงเวลาอันโชกโชนของ Caravelle ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่โรงแรมแห่งนี้ยังคงเป็นตัวอย่างความงดงามเหนือกาลเวลาของการต้อนรับอันอบอุ่นแบบเวียดนาม

โรงแรมประวัติศาสตร์ในเวียดนาม

บทที่ 04 —

Continental Hotel

แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเดินผ่านใต้ระเบียงที่ประดับด้วยต้นเฟื่องฟ้าของโรงแรม Continental โดยไม่รู้สึกสงสัยหรือสนใจเรื่องราวในอดีต The Continental ยืนหยัดเคียงคู่ใจกลางโฮจิมินห์ซิตี้มาตั้งแต่ปี 1880 หลังคากระเบื้อง ผนังอิฐ และเพดานสูงสี่เมตรของโรงแรมสะท้อนถึงอดีตที่ไม่ได้ห่างไกลนัก ในยุคที่ กราแฮม กรีน (Graham Greene) ใช้อาคารแห่งนี้เป็นที่พำนัก นักเขียนผู้นี้คอยเฝ้ามองความเคลื่อนไหวในลาน Lam Son Square จากคาเฟ่ชั้นล่างของโรงแรม

กระหายน้ำแล้วใช่ไหม? ลานกลางแจ้งใต้ร่มเงาต้นลั่นทมของ Continental เป็นดั่งสรวงสวรรค์แห่งความสงบ ที่ซึ่งคุณสามารถลากเก้าอี้มานั่ง สั่ง G&T สักแก้ว แล้วปล่อยให้กาลเวลาค่อยๆ เลือนหายไป

Dalat Palace Lee Starnes

บทที่ 05 —

Dalat Palace Hotel

มีเรื่องราวความรักแทรกซึมอยู่ในประวัติศาสตร์ของ Dalat Palace Hotel ในช่วงทศวรรษ 1920 ชาวอาณานิคมฝรั่งเศสได้สร้างโรงแรมสุดหรูขึ้นบนที่ราบสูงอากาศเย็นสบายของดาลัด พวกเขาเลือกเนินเขาเรียบรายล้อมด้วยทิวสนพร้อมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบเป็นสถานที่พักผ่อนในฤดูร้อน เกือบหนึ่งศตวรรษต่อมา โรงแรมแห่งนี้ยังคงสะท้อนสไตล์วิกตอเรียนที่สมบูรณ์แบบ

คำเตือน: อ่างอาบน้ำแบบมีขาตั้ง โทรศัพท์โบราณ และเตาผิงเปิดโล่ง เพียงพอที่จะปลุกความโหยหาอดีตให้หวนคืนมา

Dalat Palace ยังเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเวียดนามได้พบกับสตรีผู้ซึ่งกลายมาเป็นพระมเหสีและสมเด็จพระจักรพรรดินีองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เหงียน ตามเรื่องเล่าขาน สมเด็จพระจักรพรรดิเบ๋าได๋ทรงสังเกตเห็นหญิงสาวแสนสวยในงานเต้นรำที่จัดขึ้นในโรงแรม ทรงเชิญเธอร่วมเต้นรำจังหวะแทงโก้ และหลังจากนั้นที่เหลือก็กลายเป็นประวัติศาสตร์อย่างที่เขาพูดกัน

โรงแรมหรูในเวียดนาม

บทที่ 06 —

Rex Hotel

จากอู่ซ่อมรถสู่โรงแรมระดับห้าดาว The Rex มีประวัติศาสตร์อันหลากสีสัน อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่บนหนึ่งในสี่แยกที่สำคัญที่สุดใจกลางนครโฮจิมินห์ เดิมได้รับการออกแบบให้เป็นอู่ซ่อมรถสไตล์ฝรั่งเศสขนาดใหญ่ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 อาคารแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์การค้าสูงหกชั้นพร้อมโรงภาพยนตร์สามแห่ง และหนึ่งในฟลอร์เต้นรำที่คึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต่อมา ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนอีกครั้ง โดยคราวนี้กลายเป็นโรงแรม เมื่อเมืองแห่งนี้เข้าสู่ช่วงปีที่มีความโกลาหลมากที่สุด Rooftop Garden Bar ของเดอะเร็กซ์เคยเป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าวอันอื้อฉาวซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘Five O’clock Follies’ ในปัจจุบัน ดาดฟ้าของโรงแรมยังคงดึงดูดผู้ใช้บริการ แต่เปลี่ยนมาเป็นเสียงดนตรีสด ค็อกเทลรสเลิศ และวิวพระอาทิตย์ตกดินเหนือเมือง

ต้องการไอเดียท่องเที่ยวเวียดนามเพิ่มเติมใช่ไหม? ลงทะเบียนรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อรับเรื่องราวที่ดีที่สุดส่งตรงถึงกล่องจดหมายของคุณ