เกาะฟู้โกว๊กอาจเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากชายหาดทรายขาวอันทอดยาวไม่รู้จบ แต่นี่คือความหลากหลายของประสบการณ์ที่คุณจะได้สัมผัสบนเกาะแห่งนี้ที่ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ ผู้ที่รักธรรมชาติมีตัวเลือกมากมาย ทั้งอุทยานแห่งชาติและกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับการคุ้มครองโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ส่วนสายลุยและผู้รักการผจญภัยก็สามารถสนุกสนานไปกับกีฬาทางน้ำนับสิบชนิด นอกจากนี้ เกาะธรรมชาติอีก 21 แห่งในหมู่เกาะฟู้โกว๊กก็อยู่ห่างออกไปเพียงการนั่งเรือนิดเดียว รอให้คุณมาค้นหา
บทที่ 01 —
1. ชายหาด
ด้วยแนวชายฝั่งที่ยาวถึง 150 กิโลเมตร คุณสามารถใช้เวลาในแต่ละวันที่ฟู้โกว๊กไปกับชายหาดที่ไม่ซ้ำกันได้เลย มุ่งหน้าไปทางตะวันออกสู่หาดซาว (Bai Sao) ที่สวยงามราวกับภาพวาดบนโปสต์การ์ด เพื่อลองเล่นกีฬาทางน้ำอย่างวินด์เซิร์ฟหรือเจ็ตสกี มุ่งหน้าไปทางตะวันตกเพื่อพบกับคาเฟ่ คลับ และพระอาทิตย์ตกดินอันงดงามที่หาดลองบีช (Long Beach) ส่วนทางทิศเหนือ มีหาดแก่งด่าว (Ganh Dau) อันเงียบสงบ ที่ได้รับความเป็นส่วนตัวจากเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยป่าดงดิบ ชายหาดตอนใต้ที่ดีที่สุดกระจายอยู่ตามหมู่เกาะทั้ง 22 แห่ง ซึ่งสามารถเดินทางไปถึงได้ด้วยเรือ
บทที่ 02 —
2. ทะเลสะอาด น้ำใสดั่งกระจก
แม้ชายหาดจะมีความงดงามในตัวเองอยู่แล้ว แต่มหาสมุทรรอบเกาะฟู้โกว๊กก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร น้ำทะเลที่นี่สงบนิ่งเหมือนน้ำในอ่างอาบน้ำ และใสราวกับกระจกสีเขียว เกาะหลายแห่งในหมู่เกาะแห่งนี้ล้อมรอบด้วยระบบนิเวศแนวปะการังที่สมบูรณ์และหนาแน่น ทั้งปะการังอ่อนและปะการังแข็ง น้ำทะเลอันบริสุทธิ์และโปร่งใสเป็นเหมือนหน้าต่างที่เปิดออกสู่โลกใต้ท้องทะเลอันมีสีสันสดใส ทำให้ฟู้โกว๊กเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในเวียดนามในการลองเล่นกีฬาทางน้ำและกิจกรรมดำน้ำ ทั้งการดำน้ำสโนร์เกิลและการดำน้ำลึก
บทที่ 03 —
3. สำหรับคนรักธรรมชาติ
พื้นที่มากกว่าครึ่งหนึ่งของเกาะฟู้โกว๊กได้รับการคุ้มครองในฐานะเขตสำรองชีวมณฑลของ UNESCO เดินป่าท่องอุทยานแห่งชาติฟู้โกว๊กเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติบนบก หรือขึ้นเรือไปสัมผัสประสบการณ์ในเขตอนุรักษ์ทางทะเลของ UNESCO หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่ท้าทายยิ่งขึ้น ลองเดินขึ้นไปยังยอดเขาแห่งหนึ่งของทิวเขาที่ยื่นยาวจากทิศใต้ไปทิศเหนือเปรียบเสมือนสันหลังของอุทยาน แต่หากคุณไม่อยากออกแรงมาก ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพลาด เพราะคุณสามารถเดินทางไปยังน้ำตกซอยตราญ (Suoi Tranh Waterfall) ได้ภายในไม่กี่นาทีจากประตูทางเข้าอุทยาน
บทที่ 04 —
4. สำหรับนักชิม
เกาะฟู้โกว๊กมีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องน้ำปลาและอาหารทะเล แวะไปที่ตลาดคึกคักอย่างตลาดโต้รุ่งฟู้โกว๊ก (Phu Quoc Night Market) เพื่อลิ้มลองเมนูอาหารทะเลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งหลายเมนูเป็นสูตรท้องถิ่นเฉพาะที่มีเฉพาะบนเกาะฟู้โกว๊กเท่านั้น สายกินต้องไม่พลาดน้ำปลาฟู้โกว๊ก ลองเข้าชมโรงงานเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตขุมทรัพย์รสชาติที่เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก และทดลองชิมน้ำปลาชนิดต่างๆ ประหนึ่งเป็นซอมเมอลิเยร์แห่งปลากะตักสกัด
บทที่ 05 —
5. ฟู้โกว๊กระดับห้าดาว: รีสอร์ตหรูหรา
การพักผ่อนในที่พักอันประณีตช่วยสร้างสมดุลที่ดีให้กับการผจญภัยอันสมบุกสมบัน และฟู้โกว๊กก็มีรีสอร์ตหรูระดับโลกมากมายไว้คอยให้บริการ ออกไปทำกิจกรรมเดินป่าและว่ายน้ำจนเต็มอิ่มในตอนกลางวัน แล้วกลับมาผ่อนคลายกับบริการสปาริมสระน้ำ พร้อมจิบค็อกเทลรสเลิศที่รังสรรค์โดยมิกโซโลจิสต์ ณ บาร์ระดับไฮเอนด์ ฟู้โกว๊กเคยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gala Ceremony ของรางวัล World Travel Awards ในปี 2019 และรีสอร์ตบนเกาะยังได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากมายทั้งในด้านสไตล์และบริการระดับโลก
บทที่ 06 —
6. เดินทางสะดวกสบาย
การเดินทางมายังฟู้โกว๊กเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเดินทางมาจากภายในประเทศเวียดนามหรือต่างประเทศ มีเที่ยวบินตรงระยะสั้นหลายสิบเที่ยวบินต่อวันออกจากโฮจิมินห์ซิตี้ ฮานอย เกิ่นเทอ และดานัง หากคุณต้องการสัมผัสเส้นทางธรรมชาติชมทิวทัศน์ ก็มีเรือเฟอร์รีให้บริการทุกวันจากราชซ้า (Rach Gia) และฮาเตียน (Ha Tien)
นอกจากนี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสาร เพราะนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศทั่วโลกได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่าเป็นเวลา 30 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ฟู้โกว๊ก
บทที่ 07 —
7. การผจญภัยและกิจกรรม
หมู่เกาะฟู้โกว๊กเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งของเวียดนามสำหรับกีฬาทางน้ำ สายลุยจึงควรมุ่งตรงไปที่หาดเพื่อเลือกสนุกกับกีฬาทางน้ำที่หลากหลาย เช่น วินด์เซิร์ฟ ไคท์เซิร์ฟ หรือเจ็ตสกี หากสไตล์ของคุณคือ "ธรรมชาติอันเงียบสงบ" การพายเรือคายัคก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าตื่นเต้นและผ่อนคลายแทนกิจกรรมสุดหวาดเสี่ยว สำหรับการออกกำลังกายที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง ลองไปออกรอบหวดวงสวิงได้ตลอดทั้งวันที่สนามกอล์ฟ
นั่งกระเช้าลอยฟ้ายาว 15 กิโลเมตรไปยังเกาะฮอนทอม (Hon Thom) เพื่อสนุกกับสไลเดอร์และเครื่องเล่นในสวนน้ำ จากนั้นกลับมาเที่ยวซาฟารีบนเกาะหลัก สวนสัตว์แห่งนี้เป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งดำเนินงานอนุรักษ์ที่สำคัญเพื่อปกป้องพันธุ์พืชและสัตว์หลายร้อยชนิด รวมถึงชนิดที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
บทที่ 08 —
8. วิถีชีวิตท้องถิ่น
หากคุณต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ลองใช้เวลาซึมซับบรรยากาศในอุตสาหกรรมประมงและเกษตรกรรม ซึ่งเป็นเสาหลักที่แท้จริงของเกาะแห่งนี้ ลองไปเยือนหมู่บ้านประมงอย่างหมู่บ้านฮัมนินห์ (Ham Ninh) ที่ชาวประมงจะออกจับปลาสดๆ ในช่วงรุ่งอรุณและยามพลบค่ำ และเรือที่จอดเทียบท่าจะขนถ่ายผลผลิตรวมถึงเสบียงจากแผ่นดินใหญ่ของเวียดนามลงสู่ท่าเรือ หากคุณต้องการสัมผัสชีวิตในชุมชนประมงมากกว่าแค่การเฝ้ามอง ลองขึ้นเรือตกหมึกไปกับไกด์เพื่อดูว่าคุณจะจับอาหารเย็นด้วยตัวเองได้หรือไม่
บทที่ 09 —
9. ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีชีวิตชีวาของเกาะฟู้โกว๊กสามารถเรียนรู้ได้ผ่านอนุสรณ์สถานอย่างเรือนจำคุกต้นมะพร้าว (Coconut Tree Prison) ซึ่งการอนุรักษ์ความทรงจำจากสงครามจะช่วยให้เข้าใจบริบทของปัจจุบัน หากประวัติศาสตร์ไม่ใช่แนวของคุณ ลองก้าวเข้าสู่ความสงบแทน พิชิตบันได 222 ขั้นสู่ยอดวัดโฮโกว๊ก (Ho Quoc Pagoda) เพื่อชมทัศนียภาพอันงดงามแบบพาโนรามาของมหาสมุทรและผืนป่าในยามพระอาทิตย์ขึ้น ปิดท้ายวันกันที่แหลมดิงเกา (Dinh Cau Cape) ซึ่งมีบันไดเพียง 29 ขั้นให้เดินขึ้นไปยังศาลเจ้าที่เทพธิดาแห่งท้องทะเลคอยคุ้มครองชาวประมง
บทที่ 10 —
10. ท่องเที่ยวเกาะต่างๆ
ราวกับว่ากิจกรรมบนเกาะฟู้โกว๊กยังไม่เพียงพอ ในหมู่เกาะฟู้โกว๊กยังมีเกาะอื่นๆ อีก 21 เกาะ ซึ่งแต่ละเกาะต่างมีเอกลักษณ์และระบบนิเวศเฉพาะตัว เนื่องจากหลายเกาะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย เกาะเหล่านี้จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการสัมผัสธรรมชาติ คอยมองหาเต่าตนุหรือเต่ากระ ซึ่งบางครั้งจะมาผสมพันธุ์และวางไข่ที่นี่!

